เทคนิคสุดเจ๋ง ในการขายเสื้อยืดขายส่งจากโรงงานอย่างไร ให้รวย

เสื้อยืดขายส่งราคาโรงงาน

ว่าด้วยเรื่องของการค้าขาย ที่ปัจจุบันได้รับความนิยมจากคนไทยในการยึดเป็นอาชีพเป็นอย่างมาก เพราะมีโอกาสที่จะได้จับเงินมากกว่า และมีโอกาสสร้างกำไรได้มากกว่าการทำงานกินเงินเดือน และส่วนที่สำคัญมากคือเป็นอาชีพอิสระ อยากขายวันไหนก็ขาย จะขายถึงกี่โมงก็แล้วแต่ เราจึงมักจะเห็นเด็กจบใหม่ออกมาทำธุรกิจค้าขายมากกว่า ซึ่งก็นับว่าเป็นเรื่องดี เพราะผู้บริโภคจะได้มีทางเลือกในการบริโภคมากขึ้น และธุรกิจที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือธุรกิจเสื้อผ้านี่เอง โดยเฉพาะการขายเสื้อผ้าขายส่งที่ค่อนข้างได้กำไรดีกว่าการขายเสื้อผ้าอื่น ๆ

แต่ก็ใช่ว่าเราจะผูกขาดสินค้าอยู่เจ้าเดียว และนี่จึงเป็นเหตุให้เราต้องหาเทคนิคต่าง ๆ มาสู้กับคู่แข่งที่เพิ่มมากขึ้นในทุก ๆ วัน วิธีที่ดีที่สุดก็คือการใช้เทคโนโลยีให้เป็นประโยชน์นั่นเอง เราจึงขอแนะนำเทคนิคดี ๆ ที่จะทำให้ธุรกิจขายส่งเสื้อผ้า หรือขายส่งเสื้อยืดของคุณมีกำไรอย่างท่วมท้น

  1. เพิ่มช่องทางการขาย

ข้อนี้ก็เปรียบได้กับการหาทำเลที่ตั้งร้านค้าของคุณ ซึ่งก็ต้องเริ่มจากการตั้งกลุ่มเป้าหมายก่อน เช่น ถ้าหากคุณต้องการจะขายส่งเสื้อยืดจากโรงงาน คุณจะขายให้ใคร เพศอะไร ช่วงอายุประมาณเท่าไร ไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร ซึ่งถ้าหากตอบคำถามในส่วนของกลุ่มเป้าหมายได้ คุณก็จะสามารถกำหนดได้ว่า คุณควรจะตั้งทำเลในการขายที่ไหน และเมื่อการขายสินค้าของคุณเริ่มจะอยู่ตัวแล้ว ก็ควรเพิ่มช่องทางการขายสินค้าบนโลกอินเตอร์เน็ต เพื่อเพิ่มรายได้ให้กับธุรกิจขายส่งเสื้อยืดของคุณอีกช่องทางหนึ่ง เพราะตลาดออนไลน์มีขนาดใหญ่ที่สุด สามารถเข้าถึงคนได้ทุกเพศทุกวัยอย่างแท้จริง และเมื่อลูกค้าบนอินเตอร์เน็ตต้องการซื้อสินค้าของคุณต้องการดูสินค้าด้วยตัวเอง ก็สามารถเดินทางมาที่ร้านค้าของคุณได้ด้วย เห็นมั้ยว่าได้ประโยชน์ทั้งสองต่อ แถมการลงขายสินค้าบนอินเตอร์เน็ตยังมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่าอีกด้วย การขายทั้งสองช่องทาง ย่อมดีกว่าการขายเพียงช่องทางเดียวอยู่แล้ว

  1. สร้างโปรโมชั่น

เรามักจะเห็นว่าร้านค้าไหนก็ตาม ไม่ว่าจะร้านค้าตามตลาด หรือร้านค้าบนอินเตอร์เน็ต หากมีโปรโมชั่นก็จะมีคนมาแย่งกันซื้อ แย่งกันสอบถามจนตอบแทบไม่ทัน เพราะโปรโมชั่นเป็นวิธีที่สำคัญวิธีหนึ่งทางการตลาด ซึ่งเราสามารถทำได้ทุกเมื่อที่ต้องการ เช่น วันสำคัญต่าง ๆ วันครบรอบ หรือแม้กระทั่งวันเกิดแมวที่บ้านก็สามารถจัดโปรโมชั่นให้กับลูกค้าได้ แต่ถึงกระนั้นก็มีพ่อค้าแม่ค้าบางคนที่ยังไม่ยอมจัดโปรฯ อยู่ดีเพราะกลัวจะขาดทุนมากกว่า ซึ่งไม่เป็นความจริงเลยแม้แต่นิดเดียว ยกตัวอย่างเช่น คุณทำธุรกิจขายส่งเสื้อยืด ในราคาตัวละ 100 บาท แต่คุณอาจจะจัดโปร ซื้อ 2 ตัว 150 – 180 บาท คุณอาจจะขาดทุนไป 20 – 50 บาท แต่คุณจะขายจำนวนเสื้อได้มากขึ้น เมื่อเทียบกับปริมาณแล้วก็ต้องถือว่าคุ้มอยู่ อาจจะได้กำไรน้อยกว่าแต่ได้บริหารสินค้าออกไป ดีเสียอีกจะได้หาสินค้าใหม่ ๆ มาเติมให้ดูไม่ซ้ำซากจำเจ

โปรโมชั่นที่มักจะได้รับความนิยม คือ 1 แถม 1, 2 แถม 1 ลดราคา 20 – 50% การสะสมแต้ม การถ่ายรูปกับสินค้านำมาเป็นส่วนลด ฯลฯ ทั้งหมดนี้ไม่มีตายตัว ขึ้นกับเทคนิคและกลยุทธ์ของแม่ค้า-พ่อค้าล้วน ๆ เลย แต่อย่าจัดโปรบ่อยจนเกินไป เพราะอาจทำให้ลูกค้าไม่กระตือรือร้นและอาจรู้สึกเบื่อได้

  1. เทคนิคการขายต้องแพรวพราว

อันนี้ต้องเรียกว่าเป็นเทคนิคส่วนบุคคลเลยดีกว่า เพราะแต่ละคนก็มีสไตล์ในการขายที่ต่างกัน แต่ถ้าใครเป็นพ่อค้าแม่ค้ามือใหม่ที่ยังไม่ค่อยรู้เรื่องการใช้เทคนิคการขายเพิ่มความปังให้กับธุรกิจขายส่งเสื้อยืด เราได้สรุปมาให้อ่านดังต่อไปนี้

การให้ข้อมูลสินค้าตามความเป็นจริง – ใครบอกว่าพ่อค้าแม่ค้าจะต้องเชียร์สินค้าตัวเองอยู่เสมอ เทคนิคที่เราจะแนะนำคือ ให้ข้อมูลกับลูกค้าตามความเป็นจริง ยกตัวอย่างเช่น หากลูกค้าต้องการให้คุณเปรียบเทียบเสื้อยืดขายส่งจากโรงงานของคุณ 2 แบบ คุณควรจะแนะนำทั้งข้อดีและข้อเสียของเสื้อที่แตกต่างกัน ให้ลูกค้าได้เปรียบเทียบให้ตัวเอง ไม่ใช่พูดเชียร์ทั้งสองตัว ซึ่งถ้าหากลูกค้าซื้อเสื้อไปแล้วไม่ดีอย่างที่พูด ก็เป็นอันว่าหมดโอกาสที่จะได้รับการซื้อซ้ำได้เลย นอกจากนี้การขอข้อมูลเรื่องสี ขนาดไซส์เสื้อของลูกค้าก็สำคัญ อย่าตอบแบบขอไปที พยายามให้รายละเอียดกับลูกค้าอย่างชัดเจนที่สุดเท่าที่จะทำได้

เสื้อยืดขายส่งจากโรงงาน

การต่อรอง – เรื่องของการต่อรองราคาเป็นสิ่งที่ผู้ขายทุกคนต้องเจออยู่แล้ว โดยเฉพาะการขายส่งเสื้อยืดที่ลูกค้ามักจะรู้กันดีว่ามีต้นทุนที่ต่ำ เพราะฉะนั้นต้องรู้จักอ่อนบ้างเมื่อจำเป็น หรือใช้แทคติกนิดหน่อยเพื่อให้ได้กำไรพออยู่ได้ เช่น ถ้าลูกค้าซื้อหลายตัว ก็อาจจะลดให้ได้ตัวละ 10 บาท (แต่ถ้าลูกค้าไม่ต่อก็ไม่ต้องลดนะ) หรือถ้าซื้อตัวเดียว แต่อยากให้ลด ก็อาจจะพูดดักคอไปเลยว่า “ลดเต็มที่ได้แค่ 10 บาทนะคะ เท่าทุนสุด ๆ แล้ว” เพียงแค่นี้ก็เป็นการปิดโอกาสให้ลูกค้าต่อลงไปอีกแล้ว และอาจทำให้ลูกค้าใจอ่อนยอมซื้อสินค้าอีกด้วย พยายามใช้คำพูดให้นุ่มนวลและมีใบหน้าที่ยิ้มแย้มไว้ รับรองว่าลูกค้าต้องกลับมาซื้อซ้ำแน่นอน